OrgFlow

จัดตารางกะ 3 กะ 24 ชั่วโมง ให้ครบทุกจุด และไม่มีใครรับภาระเกินคนอื่น

งานที่ต้องมีคนอยู่ตลอด 24 ชั่วโมง ไม่ว่าจะเป็นไลน์ผลิต คลังสินค้า โรงแรม คลินิก หรือจุดประจำที่หน้างานลูกค้า ล้วนเริ่มจากคำถามเดียวกัน คือจะแบ่งกะอย่างไร ต้องใช้กี่คน และจะอุดช่องว่างอย่างไรเมื่อมีคนลาหรือขาด บทความนี้รวมวิธีคิดที่ใช้ได้จริง พร้อมตัวอย่างตัวเลข

รูปแบบพื้นฐาน: 3 กะ กะละ 8 ชั่วโมง

รูปแบบที่พบบ่อยที่สุดคือแบ่งวันเป็น 3 ช่วงเท่ากัน เช่น กะเช้า 07:00–15:00 กะบ่าย 15:00–23:00 และกะดึก 23:00–07:00 เวลาเริ่มจริงปรับได้ตามธุรกิจ เช่น โรงงานที่ต้องการให้กะเปลี่ยนก่อนรถรับส่งออก หรือโรงแรมที่ต้องการคนเต็มช่วงเช็กเอาต์

ข้อดีคือแต่ละกะยาวเท่ากัน คิดชั่วโมงและค่าจ้างง่าย ข้อควรระวังคือกะ 8 ชั่วโมงมักรวมเวลาพักไว้ด้วย ถ้าหน้างานพักไม่ได้จริง (เช่น จุดที่ต้องมีคนอยู่ตลอด) ต้องวางคนสลับพัก หรือนับเป็นชั่วโมงทำงาน และควรตรวจเรื่องชั่วโมงทำงานปกติกับ OT ตามกฎหมาย ดูรายละเอียดในวิธีคิด OT ตามกฎหมายแรงงาน

บางธุรกิจใช้ 2 กะ กะละ 12 ชั่วโมงแทน ซึ่งใช้คนต่อวันน้อยกว่า แต่ชั่วโมงที่เกินเวลาทำงานปกติมักกลายเป็น OT ทุกวัน ต้นทุนและความล้าจึงสูงกว่า ควรเทียบทั้งสองแบบด้วยตัวเลขจริงของบริษัทก่อนเลือก

  • กะเช้า (M) — ช่วงที่งานเยอะที่สุดในหลายธุรกิจ มักต้องการคนมากกว่ากะอื่น
  • กะบ่าย (A) — รับช่วงงานต่อเนื่อง และยังพอติดต่อหัวหน้างานกลางวันได้
  • กะดึก (N) — คนน้อยที่สุด แต่ต้องมีคนที่ตัดสินใจเองได้เมื่อมีเหตุ

หมุนกะไปข้างหน้า หรือถอยหลัง

ถ้าพนักงานต้องเปลี่ยนกะ ลำดับการเปลี่ยนมีผลกับการพักผ่อนมาก การหมุนไปข้างหน้า (เช้า → บ่าย → ดึก) ทำให้เวลาเริ่มงานเลื่อนช้าลงเรื่อย ๆ ร่างกายปรับตัวง่ายกว่า และมีช่วงพักระหว่างกะยาวกว่า

การหมุนถอยหลัง (ดึก → บ่าย → เช้า) มักทำให้เกิด "กะชนกะ" เช่น เลิกกะบ่ายตอน 23:00 แล้วต้องเข้ากะเช้า 07:00 วันรุ่งขึ้น ได้พักจริงไม่ถึง 8 ชั่วโมงเมื่อหักเวลาเดินทาง ควรหลีกเลี่ยง หรืออย่างน้อยให้มีวันหยุดคั่นก่อนเปลี่ยนกะ

ความถี่ในการหมุนก็สำคัญ การเปลี่ยนกะทุกวันทำให้นอนไม่เป็นเวลา ส่วนใหญ่จึงให้อยู่กะเดิมเป็นชุด เช่น 5–7 วัน แล้วหยุด ก่อนขึ้นกะถัดไป

ทีมประจำกะ หรือทีมหมุนเวียน

ทีมประจำกะ (fixed crew) คือคนกะดึกอยู่กะดึกตลอด เหมาะกับคนที่สมัครใจทำกลางคืน และงานที่ต้องการความชำนาญเฉพาะช่วงเวลา ข้อเสียคือความรู้และข้อมูลไม่ไหลข้ามกะ และหาคนแทนกะดึกยากเมื่อมีคนลาออก

ทีมหมุนเวียน (rotating crew) แบ่งพนักงานเป็นชุด เช่น ทีม A B C D แต่ละทีมหมุนเช้า บ่าย ดึก และวันหยุดตามรอบ ทุกคนรับกะดึกเท่ากัน ความรู้กระจายทั่วทีม แต่ต้องออกแบบรอบให้ดีเพื่อไม่ให้เกิดกะชนกะ

แนวคิดรอบที่ใช้กันบ่อย เช่น 4-on-4-off (ทำ 4 วัน หยุด 4 วัน มักใช้กับกะ 12 ชั่วโมงและ 4 ทีม) หรือรอบ 2-2-3 (ทำ 2 หยุด 2 ทำ 3 สลับกันใน 2 สัปดาห์) รอบเหล่านี้เป็นเพียงตัวอย่างแนวคิด ก่อนใช้จริงต้องคำนวณชั่วโมงต่อสัปดาห์ วันหยุด และ OT ให้สอดคล้องกับนโยบายบริษัทและกฎหมาย

คิดจำนวนคนต่อจุด รวมคนสำรองสำหรับวันหยุดและวันลา

เริ่มจาก "จำนวนช่องกะ" ที่ต้องมีคน ตัวอย่าง: จุดที่ต้องมีคน 1 คนตลอด 24 ชั่วโมง แบ่ง 3 กะ เท่ากับ 3 ช่องต่อวัน หรือ 90 ช่องใน 30 วัน

ถ้าแต่ละคนทำงานเฉลี่ย 26 วันต่อเดือน (หยุดประมาณสัปดาห์ละ 1 วันตามนโยบายบริษัท) คนหนึ่งเติมได้ 26 ช่อง ดังนั้น 90 ÷ 26 ≈ 3.46 ต้องปัดขึ้นเป็น 4 คน รวมกันเติมได้ 104 ช่อง เหลือ 14 ช่องไว้เผื่อวันลาและวันฝึกอบรม

ถ้าจุดเดียวกันต้องการ 2 คนในกะเช้า และ 1 คนในกะบ่ายกับกะดึก จะเป็น 4 ช่องต่อวัน หรือ 120 ช่องต่อเดือน → 120 ÷ 26 ≈ 4.6 ปัดเป็น 5 คน ตัวเลขนี้ยังไม่รองรับกรณีหลายคนลาพร้อมกัน ธุรกิจที่มีหลายจุดใกล้กันจึงนิยมมี "คนสำรองกลาง" ที่หมุนไปเติมจุดที่ขาด แทนการเผื่อคนเต็มทุกจุด

  • นับเป็นช่องกะ ไม่ใช่นับเป็นคน
  • หารด้วยจำนวนวันทำงานจริงต่อคน แล้วปัดขึ้นเสมอ
  • เผื่อวันลา วันฝึกอบรม และช่วงที่มีคนลาออกแต่ยังหาคนแทนไม่ได้
  • ถ้าคนสำรองไม่พอ ช่องที่ขาดมักถูกเติมด้วย OT ซึ่งเพิ่มทั้งต้นทุนและความล้า

ช่วงส่งเวร และความเป็นธรรมของกะดึก

งานต่อเนื่องต้องมีการส่งเวร ถ้าไม่มีเวลาซ้อนกันเลย คนกะใหม่มักเข้ามาโดยไม่รู้ว่าก่อนหน้าเกิดอะไรขึ้น วิธีที่ใช้กันคือให้กะใหม่เข้าก่อน 10–15 นาที หรือกำหนดขั้นตอนส่งเวรที่ชัดเจน เช่น สมุดส่งเวร หรือรายการเช็กที่ต้องแจ้งทุกครั้ง หากนับเวลาซ้อนเป็นเวลาทำงาน ต้องรวมไว้ในต้นทุนด้วย

กะดึกเป็นภาระที่คนรู้สึกได้ชัดที่สุด ถ้าคนเดิมได้กะดึกบ่อยกว่าคนอื่น ความไม่พอใจจะตามมาเร็ว ควรนับจำนวนกะดึกต่อคนต่อเดือนให้เห็น และกระจายกะดึกช่วงวันหยุดยาวหรือวันนักขัตฤกษ์ให้ทั่วถึง

  • จำกัดจำนวนกะดึกติดต่อกันต่อชุด แล้วตามด้วยวันหยุด
  • หลีกเลี่ยงการให้คนเดิมได้กะดึกช่วงเทศกาลทุกปี
  • ถ้ามีเบี้ยกะดึก ให้กติกาชัดเจนและคิดจากการลงเวลาจริง ไม่ใช่จากตาราง

วางแผนทั้งเดือนแบบเป็นขั้นตอน

ตารางที่ดีไม่ได้เริ่มจากการกรอกชื่อลงช่อง แต่เริ่มจากข้อมูลที่รู้ล่วงหน้า แล้วค่อยเติมคน ลำดับต่อไปนี้ช่วยลดการแก้ไขซ้ำ

ถ้ายังใช้กระดาษหรือ Excel ลองเริ่มจากเทมเพลตตารางกะฟรี แล้วปรับให้ตรงกับจุดทำงานของคุณ

  • ระบุจุดทำงานและจำนวนคนที่ต้องมีในแต่ละกะ
  • ใส่วันลาที่อนุมัติแล้ว วันฝึกอบรม และวันหยุดที่พนักงานขอไว้ก่อน
  • วางรอบหมุนกะของทีมหลักทั้งเดือน
  • นับช่องที่ยังว่าง แล้วเติมด้วยคนสำรองก่อนใช้ OT
  • ตรวจกะชนกะ จำนวนกะดึก และจำนวนวันทำงานติดต่อกันของแต่ละคน
  • ประกาศตารางฉบับเดียว และให้ทุกการแก้ไขหลังประกาศมีคนรับผิดชอบ

จัดการช่องว่างที่เกิดขึ้นในวันจริง

ตารางที่ดีที่สุดก็ยังเจอวันที่คนป่วยกะทันหัน รถเสีย หรือไม่มาโดยไม่แจ้ง ปัญหาใหญ่คือรู้ช้า หัวหน้ามารู้ตอนที่จุดนั้นว่างไปแล้วหลายชั่วโมง

ควรกำหนดล่วงหน้าว่าวันไหนใครเป็นคนสำรอง ใครมีสิทธิ์ตัดสินใจเรียกคนแทน และลำดับการติดต่อเป็นอย่างไร เมื่อมีคนมาแทนแล้วต้องแก้ตารางให้ตรงกับคนที่มาจริง มิฉะนั้นสิ้นเดือนจะคิดค่าจ้างผิดคน

  • ตั้งเวลาตัดว่าเลยเวลาเข้ากะไปกี่นาทีถือว่าขาด และต้องเริ่มหาคนแทน
  • มีรายชื่อคนสำรองพร้อมเบอร์ติดต่อแยกตามพื้นที่
  • บันทึกเหตุผลของการเปลี่ยนคน เพื่อใช้ทบทวนตารางเดือนถัดไป

ซอฟต์แวร์ช่วยตรงไหน

เมื่อมีหลายจุดหรือหลายสาขา การดูแลตาราง 3 กะด้วยไฟล์และแชทเริ่มพลาดง่าย โปรแกรมจัดตารางกะของ OrgFlow วางกะเช้า ดึก และวันหยุดของทุกจุดในตารางเดียว ช่องที่ขาดคนหรือเกินแผนเด่นขึ้นในตาราง และพนักงานเห็นกะของตัวเองบนมือถือ พร้อมแจ้งเตือนเมื่อมีตารางกะใหม่

ในวันจริง ระบบลงเวลาสแกนใบหน้า + GPS บนมือถือของพนักงาน (ไม่ต้องติดตั้งแอปจาก store) ป้อนข้อมูลเข้าหน้าสถานะสด หัวหน้าเห็นยอดคนรายจุดและจุดที่ยังไม่มีคนเข้ากะ ถ้ามีคนลืมเช็กเอาต์ ระบบส่งแจ้งเตือนถึงหัวหน้า ส่วนค่าจ้างพนักงานกะคิดรายวันจากเช็คอิน-เอาท์จริงที่ผูกกับตารางกะ จึงไม่ต้องนั่งเทียบตารางกับใบลงเวลาเองตอนสิ้นเดือน

คำถามที่พบบ่อย

จุดที่ต้องมีคน 1 คนตลอด 24 ชั่วโมง ใช้กี่คน?

ถ้าแบ่ง 3 กะ และแต่ละคนทำงานเฉลี่ย 26 วันต่อเดือน ต้องใช้อย่างน้อย 4 คน (90 ช่อง ÷ 26 ≈ 3.46 ปัดขึ้น) และควรมีคนสำรองร่วมกับจุดอื่นไว้รองรับวันลาที่ชนกัน

ควรหมุนกะทิศทางไหน?

นิยมหมุนไปข้างหน้า เช้า → บ่าย → ดึก เพราะเวลาเริ่มงานเลื่อนช้าลง ร่างกายปรับง่ายกว่า และไม่เกิดกะชนกะที่ได้พักไม่พอ

3 กะ กะละ 8 ชั่วโมง กับ 2 กะ กะละ 12 ชั่วโมง แบบไหนดีกว่า?

กะ 12 ชั่วโมงใช้คนต่อวันน้อยกว่า แต่มักมี OT ทุกวันและเหนื่อยกว่า กะ 8 ชั่วโมงใช้คนมากกว่าแต่คุมชั่วโมงและความล้าได้ง่ายกว่า ควรเทียบต้นทุนรวมด้วยตัวเลขจริงของบริษัท

จะทำให้กะดึกเป็นธรรมได้อย่างไร?

นับจำนวนกะดึกต่อคนต่อเดือนให้เห็น จำกัดกะดึกติดต่อกันแล้วตามด้วยวันหยุด และกระจายกะดึกช่วงเทศกาลให้ทั่วถึง

OrgFlow ช่วยจัดตาราง 3 กะอย่างไร?

OrgFlow วางกะทุกจุดในตารางเดียว ช่องที่ขาดคนหรือเกินแผนเด่นขึ้นในตารางและหน้าสถานะสด พนักงานดูกะบนมือถือ ลงเวลาด้วยการสแกนใบหน้า + GPS ลืมเช็คเอาท์แจ้งเตือนหัวหน้า และค่าจ้างพนักงานกะคิดจากการลงเวลาจริง

ฟีเจอร์ที่เกี่ยวข้อง

คู่มืออื่น

ให้ทีมงานพาดูระบบ

ดูกับรูปแบบงานของธุรกิจคุณ — กรอกไม่ถึง 1 นาที ทีมงานโทรกลับเพื่อนัดดูระบบออนไลน์ และช่วยตั้งค่าบริษัทเมื่อพร้อมใช้งาน

  • นัดดูระบบออนไลน์ตามเวลาที่สะดวก
  • นำเข้าจาก Excel ได้เอง พร้อมทีมงานช่วยตอนเริ่ม
  • เริ่มได้ตั้งแต่ 1 สาขา
  1. ส่งฟอร์ม ข้อมูลถึงทีมงานทันที
  2. ทีมงานโทรกลับ ตามเบอร์ที่กรอก เพื่อนัดเวลา
  3. ดูระบบออนไลน์ กับรูปแบบงานของธุรกิจคุณ
ติดต่อเรา

นัดดูระบบหรือขอใบเสนอราคาได้ในหน้าเดียว · กรอกไม่ถึง 1 นาที ทีมงานโทรกลับ

นัดดูระบบ